การดูแลอย่างอื่น เมื่อต้นโตขึ้น ก็จับต้นให้พันขึ้นกับเชือก ช่วงดอกบานคือหลังปลูกไปแล้ว 22 วัน เจ้าของต้องผสมเกสรให้ ทั้งนี้เนื่องจากในโรงเรือนไม่มีผึ้งช่วยผสมเกสร วิธีการผสม ช่วงเย็นเก็บเกสรและผสมให้เวลา 07.00 น. ของวันใหม่ เมื่อผลโตใช้เชือกอีกเส้นหนึ่งโยงผลต่างหาก ในโรงเรือน อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 40-45 องศาเซลเซียส
ดูแลอย่างไร ให้มีคุณภาพ ปัจจัยสำคัญอยู่ที่น้ำและปุ๋ย
งานปลูกแคนตาลูปในโรงเรือนให้น้ำวันละ 8 ครั้ง...อย่าเพิ่งท้อหากอยากปลูก เขามีวิธีการให้น้ำแบบอัตโนมัติ ต่อจากแหล่งน้ำ ลงที่ถุงโดยตรง ถุงใครถุงมัน
เมื่อปลูกใหม่ๆ เขาให้น้ำครั้งหนึ่งนาน 2 นาที จากนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 4, 6, 8 นาที จนระยะกลางๆ ให้นาน 18 นาที ต่อครั้ง เมื่อแตงมีอายุมากขึ้นก็ลดระยะเวลาให้น้ำลง จาก 18 นาที เหลือ 16-14-10 นาที จนใกล้เก็บเกี่ยวก็งดน้ำ จะช่วยให้แคนตาลูปมีความหวานตามที่ต้องการ
ช่วงชีวิตของแตงแคนตาลูป ตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวได้ ใช้น้ำไปทั้งหมด 65 ลิตร ต่อต้น เรื่องปุ๋ย...เป็นปุ๋ยที่ละลายไปกับน้ำ เขาให้ปุ๋ยทุกวัน เข้าทำนองให้น้อยแต่บ่อยครั้ง ช่วงที่ปลูกใหม่ คุณต๊อกแนะนำว่า ปุ๋ยที่ให้เป็นสูตรตัวหน้าสูง (ไนโตรเจน) ช่วงมีดอก เพิ่มตัวกลาง ก่อนเก็บผลผลิต เน้นตัวหลังคือ โพแทสเซียม เพื่อเพิ่มความหวาน อย่างสูตร 0-0-60
ศัตรูที่ควรระวัง...คุณต๊อก บอกว่า มีเพลี้ยไฟ แมลงหวี่ขาว แต่ที่ผ่านมา เน้นทำความสะอาดโรงเรือนด้วยคลอรีน จึงไม่มีการระบาดของศัตรูพืช ถึงแม้บางโรงเรือนจะปลูกต่อเนื่องมานานแล้วก็ตาม
ผลตอบแทน มากน้อยแค่ไหน จะแนะนำเกษตรกรอย่างไร
คุณต๊อก อธิบายว่า โรงเรือนหนึ่ง ปลูกแคนตาลูป 500 ถุง แต่ละถุงให้ผลผลิตได้ 1 ผล แต่ละผลน้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม
จำนวนต้น 500 ต้น ต่อโรงเรือน หักต้นที่ไม่สมบูรณ์ออก 50 ต้น เหลือ 450 ต้น หรือ 450 ผล แต่ละผลน้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม ก็จะมีผลผลิตเก็บเกี่ยวได้ 675 กิโลกรัม หากขายแคนตาลูป กิโลกรัมละ 50 บาท จะมีรายได้ ต่อโรงเรือน 33,750 บาท หากขายแคนตาลูป กิโลกรัมละ 80 บาท จะมีรายได้ ต่อโรงเรือน 54,000 บาท
ที่ผ่านมา คุณต๊อกขายผลผลิต กิโลกรัมละ 80 บาท มีผู้ค้าจากจังหวัดเชียงใหม่มารับไปทั้งหมด นั่นเท่ากับว่า ผู้ปลูกมีรายได้ ต่อโรงเรือน 54,000 บาท ในระยะเวลา 65 วัน ในที่นี้ หักลบระยะเวลาเพาะกล้าออกไป 9 วัน ซึ่งงานเพาะกล้า มีโรงเรือนเพาะอยู่ต่างหาก ด้วยเหตุนี้ ปีหนึ่งๆ จึงหมุนเวียนใช้โรงเรือนต่อครั้งต่อปีมากขึ้น
ด้วยรายได้อย่างที่แนะนำมา หากปลูกแคนตาลูป 5 ครั้ง ต่อปี เกษตรกรจะมีรายได้ ต่อโรงเรือน 270,000 บาท ต่อปี รายได้ขนาดนี้จึงสามารถคืนทุนโรงเรือนได้ภายใน 1 ปี อย่างที่คุณต๊อกว่าไว้
ดูจากรายได้แล้วถือว่ายอดเยี่ยม แต่ก็ไม่ใช่จะทำกันได้ง่ายๆ ผู้สนใจต้องศึกษาให้ถ่องแท้เสียก่อน โดยปรึกษาผู้รู้ เรื่องการลงทุน การผลิต และที่สำคัญคือ การตลาด
“ตอนนี้ ในโรงเรือน มีทดลองปลูกแตงโมไม่มีเมล็ดด้วย...พื้นที่รอบๆ โรงเรือนควรโล่ง มีลมพัดผ่าน ตอนนี้ผมมีปลูกประมาณ 9 โรงเรือน พื้นที่ไม่ถึง 2 ไร่ดี ราว 7 งาน...มีโครงการคัดเลือกเกษตรกรที่ปลูกพริก ซึ่งตอนนี้มีอยู่ 200-300 ครอบครัว แต่ไม่ได้หมายความว่าให้มาปลูกทั้งหมด คัดเลือกคนที่มีใจรัก ชอบ มีความพร้อม ให้มาปลูกแคนตาลูป ครอบครัวละ 4 โรง เดือนหนึ่งตัด 2 โรง เรามีตลาดให้ หากพื้นที่ปลูกมากก็จะสามารถเก็บผลผลิตได้ทั้งปี”
คุณต๊อกเล่า และบอกอีกว่า “ปี 2559 จะขยายพื้นที่ปลูกให้กับผู้สนใจ 50-80 โรง จากนั้นจะขยายตามความต้องการของตลาด เป้าหมายในอนาคตคือ อยากให้มีตัดทุกวัน...วันละอย่างน้อย 1 โรงเรือน เรื่องการลงทุน คงให้เกษตรกรมีส่วนร่วม โดยเฉพาะโรงเรือน...ในอนาคตอาจจะมีการเปิดร้านให้คนมาซื้อผลผลิตโดยตรง มีผลิตภัณฑ์จากแคนตาลูป อาจจะเปิดร้านแถวนี้”
เกษตรกรที่อยู่ใกล้เคียง อยากศึกษาดูงาน หรืออยากเปลี่ยนงานจากทำนา ลองปลูกพืชชนิดนี้ดู ถามไถ่ คุณยศวัฒน์ ศิริอธิพันธ์ ได้ตามที่อยู่ หรือโทรศัพท์ (089) 961-3423
เครดิตข้อมูล พานิชย์ ยศปัญญา
นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน
*****************************************************************************************************
*****************************************************************************************************
*****************************************************************************************************